| ดูกระทู้ก่อนนี้ :: ดูกระทู้ถัดไป |
| ผู้ส่ง |
ข้อความ |
นู๋ต๋อม บุคคลทั่วไป
|
ตอบ: อ. กค. 31, 2007 5:54 am ชื่อกระทู้: ไม่รู้เคยอ่านกันหรือยัง"วิถีของหญิงกบฏ ที่ชื่อ เสาวลักษ |
|
|
วิถีของหญิงกบฏ ที่ชื่อ เสาวลักษณ์ ลีละบุตร
ตั้งแต่เห็นชื่ออัลบั้มเรื่องน้ำเน่า ของ พี่แอม - เสาวลักษณ์ ลีละบุตร ก็อดสงสัยไม่ได้ว่างานนี้พี่แอมจะมาไม้ไหน เพราะชื่ออัลบั้มค่อนข้างจะแรง จนกระทั่งได้มีโอกาสสัมภาษณ์เธอถึงการทำงานในอั้ลบั้มชุดนี้ รวมถึงเรื่องราวในปัจจุบัน อีกทั้งได้ข่าวมาว่าพี่แอมเข้าถึงธรรม ขนาดนำเรื่องของธรรมะมาแต่งเป็นเพลง!!! ทำไมสาวมั่น และแรงอย่างเธอ จึงมีแนวคิดและการทำงานในรูปแบบนี้?? วันนี้พี่แอมตอบหมดเปลือกค่ะ...
ที่มาของชื่ออัลบั้ม คืออะไรคะ
พี่เป็นคนที่ชอบอะไรที่สะใจ รู้สึกว่าชื่อนี้เป็นชื่อที่สะใจดี เพราะว่ามีเพลงเพลงหนึ่งในอัลบั้มที่มีชื่อตามอัลบั้ม พี่ก็เห็นว่าเป็นชื่อที่ชัดเจน โดยส่วนตัวจริงๆใครๆก็ว่าพี่เป็นคนแรง พี่คิดว่าพี่เป็นผู้ใหญ่พอแล้วไม่ต้องมาจดๆจ้องๆ กดแล้วกดให้มิด พี่คิดว่านี่คือความตรงไปตรงมาในมุมมองของพี่มากที่สุด เพราะเรื่องน้ำเน่าในความคิดของพี่คือสิ่งของที่ไม่พึงประสงค์ให้เกิดขึ้นในชีวิต เวลาเรามองชีวิตของคนอื่นจะรู้สึกว่าทำไมเน่าอย่างนี้ ต้องบอกก่อนว่าเรื่องนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะเรื่องของความรัก พี่หมายถึงว่าชีวิตเราพร้อมจะเน่าได้ทุกเรื่อง อย่างเช่น เรื่องงาน การแก่งแย่ง หรือบางทีเกิดเรื่องเน่าๆในที่ทำงาน เช่น คนนี้ทำงาน คนนี้เอาผลงานไป ขโมยความคิดกัน ถามว่าเน่าไหม ก็เน่า แต่ก็ยังเกิดขึ้นในชีวิตของแต่ละคน เพราะฉะนั้นเรื่องน้ำเน่าสามารถเกิดได้เสมอ โดยที่เราไม่อยากให้เกิดแต่เมื่อเกิดแล้วจะทำอย่างไรดี ตัดสินใจเอง เลือกได้ว่าจะกระโจนลงบ่อเน่าไปหรือว่าจะชักขาออกมาจากบ่อน้ำเน่านั้น มันเป็นทางเลือกของเรา
เล่าประสบการณ์น้ำเน่าของพี่ให้ฟังหน่อยได้ไหมคะ
มันเน่าหมด ถ้าเรามองย้อนกลับไปพอเราโตขึ้น วุฒิภาวะเปลี่ยนก็จะมีหลายเรื่องที่เรารู้สึกว่าตอนนั้นทำไมเราถึงเน่าจัง (หัวเราะ) ทำไมเราถึงคิดหรือทำอะไรน้ำเน่าได้ขนาดนี้ เรื่องทุกอย่างต้องผ่านไปก่อนเพราะขณะนั้นไม่เห็น พอมองย้อนกลับมาถึงจะเห็นว่ามันเน่า
ถ้ามีใจยุติธรรมจะมองเห็นได้ว่าเรื่องเน่าๆที่เกิดขึ้นกับตัวเอง เราเองก็มีส่วนเปิดประตูให้เข้ามา ไม่ตั้งสติให้ดี เวลาที่เราใช้ชีวิตอยู่ด้วยความประมาทความเน่าก็จะมาเยือนได้ง่ายเพราะเราเปิดช่องให้เข้ามาเอง หลายครั้งที่เป็นแบบนั้น ทุกวันนี้ก็ยังมีโอกาสที่เป็นไปได้อยู่ตลอดเพียงแต่ว่า "ระวัง" ให้มากขึ้น แต่ก็ลำบากเพราะเรื่องบางเรื่องเราไม่สามารถคาดเดาได้
เช่นเรื่องอะไรบ้างคะ ที่พี่แอมบอกว่าระวังแล้วก็ยังมี ยังเข้ามาได้อยู่
ขอนึกก่อน...คงเป็นเรื่องเมาแล้วสวัสดีค่ะชักโครก เป็นเรื่องที่ในขณะที่กำลังสวัสดีชักโครกจะคิดว่า เฮ้ย...ไม่เอาแล้วนะ เวียนหัวมาก ทรมานมาก เพราะถ้ามาถึงขั้นนี้แสดงว่าดื่มเยอะ ส่วนใหญ่จะดื่มไวน์ เรื่องนี้เน่ามาก
เรื่องจะเริ่มจากว่า อืม...เดี๋ยวดื่มไวน์ซักแก้วแล้วก็เริ่มคิดเรื่องของตัวเองบ้าง ของคนอื่นบ้าง ไปๆมาๆ เลยแก้วหนึ่งไปตั้งแต่ตอนไหนไม่รู้ มารู้ตัวอีกทีตอนที่ต้องลุกขึ้นไปสวัสดีชักโครก ทุกครั้งจะบอกตัวเองว่าไม่เอาแล้วนะ ไม่ไหวแล้วนะ แบบนี้ไม่ได้แล้ว แต่ก็พูดอย่างนี้ไปหลายหนเหมือนกัน จะรู้ว่านี่คือเรื่องที่เน่า เป็นการเน่าทั้งกายภาพและชีวภาพ (หัวเราะ) ตื่นขึ้นมาต้องชดใช้กรรม คือ แฮ้งค์ ปวดหัว ตกอบาย
ชอบคิดถึงเรื่องอะไรบ่อยๆคะ
พี่เองก็จะชอบคิดไหลไปทางลบอยู่เรื่อย ถ้าไม่อย่างนั้นคงไม่ดื่ม การจมอยู่กับความคิดที่ไม่สร้างสรรค์จะทำให้เราไม่มีสติ จะทำให้เราจำไม่ได้ว่าเราหยิบแก้วแล้วกระดกเข้าปากไปกี่ครั้ง เพราะว่าคิดอย่างอื่นอยู่ ไม่อยู่กับปัจจุบัน พอเมาแล้วตื่นมาอีกวันจะรู้สึกผิดตลอด ความคิดที่พี่จะจมมีหลายเรื่องมากส่วนมากจะคิดแต่เรื่องงาน เช่น เราจะแก้ปัญหาอย่างไรดี บางทีต้องทำอะไรที่ฝืนธรรมชาติหรือเรื่องที่เราไม่มีใจ ฯลฯ ตอนแรกอาจจะคิดอย่างมีสติ แต่พอคิดไปเรื่อยๆจะเริ่มเผลอและเริ่มปรุง แล้วเริ่มใส่สี ตีไข่ ฟุ้งซ่าน คิดให้มากกว่าความเป็นจริง บวกจินตนาการเข้าไป ซึ่งเป็นความคิดที่เพ้อเจ้อ ไม่มีประโยชน์
พี่เลยต้องมีสติให้มาก สติเป็นความจำเป็นอย่างสูง เพราะไม่อย่างนั้นพี่จะกระโจนตามความคิดของตัวเองไป ซึ่งเป็นข้อเสีย ความคิดบางครั้งก็เกิดความคิดสร้างสรรค์แต่ปัญหาคือมันแยกได้ยากมากระหว่างความคิดสร้างสรรค์กับความคิดที่จะทำให้ตัวเองเศร้าหมอง ต้องอาศัยการรู้ทัน พี่จะเป็นคนชอบพูดกับตัวเอง เช่น "เสาวลักษณ์คิดอะไรอยู่เนี่ย มันไม่ใช่เรื่องเดิมไปแล้ว"
มีเผลอคิดถึงน้องๆที่มาปรึกษาปัญหากับพี่บ้างไหมคะ
มีค่ะ แรกๆเป็น คุยกันไปคุยกันมา เราก็ร่วมด้วยช่วยฟิวส์ แต่ตอนหลังไม่เป็นแล้วเพราะเห็นแล้วว่าไม่มีประโยชน์ถ้ากระโจนลงไปจะช่วยน้องไม่ได้ จะกลายเป็นต่างคนต่างสุมหัวกันเศร้า ตอนหลังพี่ถึงต้องถอยออกมาเพื่อจะได้มองเห็นปัญหาอย่างชัดเจนจะได้ช่วยกันคิดได้ ให้ทุกอย่างเป็นไปตามความเป็นจริง ธรรมดาสามัญ และควรจะเป็นผู้ฟังที่ดี เพราะคนที่มีความทุกข์มาจริงๆเขาต้องการแค่ใครซักคนที่ฟังเขาเท่านั้น แต่เรื่องการตัดสินใจต่างๆในชีวิตเขาต้องไปคิดเองเราคิดให้เขาไม่ได้ เดี๋ยวผิด ผิดแล้วเดี๋ยวเขาจะมาถอนหงอกเอา
เป็นที่ปรึกษาให้เพื่อนๆแล้วถึงคราวตัวเองมีใครช่วยบ้างคะ
พี่ติดนิสัยชอบอยู่กับตัวเองมาก ก็เลยไม่ค่อยให้ใครเขี่ยปัญหาออกให้ แต่ถ้าระบายก็จะระบายกับคนที่สนิทกันว่าเรารู้สึกอย่างนี้ รู้สึกอึดอัดเรื่องอะไร เพื่อนก็จะสลับกันทำหน้าที่เป็นผู้ฟังที่ใจดี อ่อนโยน เราทุกคนต่างโชคดีในมุมหนึ่งเพราะเรามีมิตรที่ดี เรามีทั้งตอนที่เป็นผู้ให้และเป็นผู้รับ บางครั้งพวกเราก็เจ๊งกันหมดแทบช่วยกันไม่ได้ หรือบางครั้งเราก็แข็งแรงด้วยกัน มองชีวิตด้วยกัน
เพื่อนที่สนิทในวงการตอนนี้มีใครบ้างคะ
มีแหม่ม ปุ้ม ช่า และใหม่ หลังๆ ใหม่กับช่าและพี่จะคุยกันแบบสนทนาธรรม พวกเราเป็น 3 ซาตานหญิง (หัวเราะ) ที่เรียกกันอย่างนี้เพราะเราทะลุกันมาหมดแล้วทุกอย่าง เราไม่ใช่นางฟ้า แต่ต่างสุดสุดกับชีวิตกันมาทุกคน เวลาที่จะดิ้นรนจากกองทุกข์พวกเราก็ดิ้นสุดสุดเหมือนกัน ไม่ค่อยมีใครเป็นคนพอดี แต่เมื่อผ่านจุดตรงนี้มาทำให้เรามองเห็นปัญหาและก็ช่วยกันได้ เลยกลายเป็นสนทนาธรรม คุยเรื่องที่ให้ประโยชน์กับทั้งเราและเพื่อนด้วยเป็นการทบทวน
ยกตัวอย่างได้ไหมคะ
เราคุยเรื่องที่เป็นธรรมชาติเกี่ยวกับเราโดยตรง ไม่ได้คุยพระไตรปิฎก ไม่ได้คุยภาษาบาลี ไม่ได้คุยเรื่องที่หยิบจับไม่ได้ เรื่องเพ้อเจ้อฟุ้งซ่านไม่คุย เราจะคุยในเรื่องที่เราเข้าใจได้จริงๆ เช่น เรื่องอารมณ์ของเรา เรื่องอารมณ์นี้เป็นเรื่องที่ต้องทำการบ้านทุกวัน ไล่จับอารมณ์ของตัวเองดูสิ่งที่เข้ามากระทบ เขย่าต่อมเราประจำวัน เราจะดิวกับมันอย่างไร จะทำอย่างไรกับมัน เพราะจะมีแค่ชอบ ไม่ชอบ เฉยๆ ถ้าสามอารมณ์นี้เกิดดับตลอดเวลา เราก็หัวปั่นได้เหมือนกัน ถ้าเราไม่มีสติจะทำให้เราเป็นบ้าได้ ก็จะคุยเรื่องพวกนี้กันมากกว่า ปกติจะเห็นพี่แอมแต่งเพลงในเรื่องของความรัก แล้วอะไรที่ทำให้พี่แอมสนใจนำเรื่องของธรรมะมาเขียนเป็นเพลงคะ
จริงๆพี่ใส่เรื่องของธรรมะเข้าไปในเพลงตลอดนะ แต่เพลงไม่ดัง (หัวเราะ) เช่น อัลบั้มแอม อุ๊ จะมีเพลงชื่อ "นายปัจจุบัน" หรือเพลง "คล้ายๆว่าใช่" เพลงพวกนี้จะเป็นเพลงที่แฝงข้อธรรมะไว้ อย่าง นายปัจจุบันพี่ก็จะเขียนว่า นายปัจจุบันไม่ค่อยมีใครคิดถึงเขา มีแต่คนคิดถึงแต่คุณอดีตกับคุณอนาคตตลอดเวลา ถ้าใครชอบคนนั้นก็จะได้ข้อคิดไป แต่ถ้าไม่ชอบก็จะคิดว่าพี่แอมเขียนอะไร (หัวเราะ) หรืออย่างเพลง "คล้ายๆว่าใช่" จะชัดเจนที่สุดในชีวิตเรา คือเมื่อไหร่ที่เราเห็นเมฆสีดำเราก็จะคิดว่าสงสัยวันนี้ท่าฝนจะตก แต่พอลมมันแรง อยู่ดีๆตีเมฆกระจายไปมันกลับไม่ตก เพราะฉะนั้นอะไรก็ตามมันอาจจะใช่หรือไม่ใช่ อย่างเพิ่งตัดสินอะไร
แล้วทำไม การเขียนเพลงแนวธรรมะถึงมาชัดเจนในอัลบั้มนี้คะ
(คิด...) ตอนนี้องศามันอาจจะชัดว่าคนๆนี้มีมุมที่เปลี่ยนเท่านั้นเอง แต่จริงๆตัวพี่ก็เป็นอย่างนี้มาตั้งนานแล้ว แต่เรื่องนี้อาจจะหลุดหรืออยู่ในคำพูดชีวิตประจำวันของเราอย่างชัดเจนมากขึ้นจนคนอื่นสังเกตได้
แต่ในงานเอ็นเตอร์เทนของพี่จะไม่ใช่เทปธรรมะ พี่จะใช้ธรรมะในการทำงานของตัวเองมากกว่า เช่น ให้ตัวเองมีความรับผิดชอบต่องานที่ทำ ถึงเวลาทำงานอย่าขี้เกียจ ส่งงานให้ทัน มีความผิดชอบต่อเพื่อนร่วมงาน มีความรับผิดชอบต่อตนเอง
หลายๆเพลงที่พี่แอมเคยเขียนมีหลายคนเข้าใจว่าพี่แอมเขียนถึงคนคนหนึ่งที่เคยใกล้ตัว ถึงวันนี้ในการเขียนเพลงของพี่แอมพี่ยังเขียนความรู้สึกถึงบุคคลใกล้ตัวในปัจจุบันอีกหรือเปล่าคะ
พี่เขียนเพลงจากมุมมอง ไม่เคยมีบุคคล เพราะว่าในหนึ่งคนจะมีหลายมิติมาก เราหยิบจากคนนั้นนิด คนนี้หน่อย คนไม่ใช่คนแบนๆ แต่จะมีมิติที่เราสามารถนำมาเขียนได้ ไม่เคยมีใครมีความสำคัญกับพี่มากถึงขนาดที่จะหยิบคนนั้นมาใช้อย่างเพียวๆ ถ้ามีใครเข้าใจว่าพี่พูดถึงเขา พี่คงต้องบอกว่าอย่าสำคัญตนผิด
การแต่งเพลงเป็นงาน ซึ่งพี่ได้จัดแทรคแล้วว่านี่คือการทำงานนะ นี่คืออาชีพของเรา ฟังโจทย์แล้ว ฟังดนตรีแล้ว คิดอะไร อะไรที่เหมาะกับสิ่งที่ใส่ลงไป พี่คิดเป็นคณิตศาสตร์มาก มีโจทย์ มีสิ่งที่ต้องตอบโจทย์ และเราก็นำชีวิตมาใช้ให้เป็นประโยชน์หลายอย่าง อย่างเพลงน้ำเน่า พี่ก็นึกถึงภาพตัวเองว่าเราในตอนนั้นโคตรเน่าเลย ในเนื้อเพลงพี่เขียนไปตามความเป็นจริงว่า หน้าตา หัว หูเปียกจนดูไม่ได้ เพื่ออะไร เขาเป็นใคร ทำไมต้องยอมเสียสูญ กว่าจะรู้สึกว่านี่มันเรื่องอะไรทำไมเราถึงทำกับตัวเราเองได้มากขนาดนั้น ส่องกระจกแล้ว ว้าย น่ากลัวมาก (หัวเราะ) เหมือนผีโขมด และจุดนั้นก็ทำให้เราลุกขึ้นมา ไปฟิตเนส ไปออกกำลังกาย ไปกินอาหารมีประโยชน์
นานไหมคะในตอนนั้นกว่าจะเห็นว่าตัวเองเหมือนผีโขมด
เป็นผีโขมดอยู่พักใหญ่ค่ะ แต่ไม่เห็น เพราะไม่รู้สึก เบลอ จนกระทั่งถึงวันที่จะหมดเวร (หัวเราะ) วันนั้นเงยหน้าขึ้นมาเห็นตัวเองแล้วตกใจก็เลยเปลี่ยนชีวิตตัวเอง
ด้วยความที่เพลงของพี่แอมจะเป็นเพลงแนวให้กำลังใจในรื่องของความรักมาตลอด ถึงวันนี้อยากเปลี่ยนโลโก้บ้างไหมคะ
พี่พยายามเปลี่ยนมาหลายปีแต่ไม่มีใครเปิดไปฟังแทรคนั้นเลย (หัวเราะ) เคยใช้เพลง "สวัสดีความรัก" เป็นเพลงโปรโมท ไปๆมาๆ เขาก็กดหาเพลงเศร้าที่พี่ร้องหรือพี่แต่งฟัง พี่มองว่างานของพี่เหมือนเป็นคนขายส้มตำ ที่ทำรสแซบกินแล้วแสบปาก แต่ทานรสชาตินี้บ่อยๆพี่ก็อยากจะกินอาหาารสอื่นบ้าง เช่น อยากทานอาหารเพื่อสุขภาพ ก็เลยย้ายไปทำอาหารชีวจิต แต่เราคงจะไม่ชำนาญก็เลยไม่อร่อย กลายเป็นว่าถ้าเขาจะทานอาหารสุขภาพจะไม่ซื้อร้านนี้ แต่จะไปทานอาหารร้านคุณบอย-โกสิยพงษ์ หรือ คุณนภ พรชำนิ เพราะเขาถนัด เขาทำแล้วบวก ตัวพี่เองยังเป็นแฟนเพลงเขาเลย เราคงต้องยอมรับความจริงว่าเราทำเป็นแต่แบบนี้ทำเพลงเกี่ยวกับผู้หญิงมานานพี่แอมบอกได้ไหมคะว่า สิ่งไหนที่จะทำให้ผู้หญิงเสียใจที่สุด
ผู้หญิงแต่ละคนไม่เหมือนกัน มีจุดอ่อน มีปม มีต่อม ที่ต่างกัน ผู้หญิงบางคนบอกว่าฉันรับได้ ผู้ชายเจ้าชู้ แต่ในขณะที่ผู้หญิงอีกคนบอกว่า ไม่ได้เลยนะถ้าเป็นเรื่องนี้ บางคนบอกว่าแฟนติดเพื่อนติดเที่ยวยอมได้ขอให้เธออยู่กับฉันพอแล้ว เพราะฉะนั้นจุดเสียใจของผู้หญิงแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน ผู้หญิงบางคนก็ผู้ญิ้งผู้หญิง ผู้หญิงบางคนก็แมนๆ แฟรงค์ๆ เพราะฉะนั้นจะให้พี่หยิบขึ้นมาเรื่องเดียวแล้วบอกว่าจุดที่เสียใจที่สุดของผู้หญิงคืออะไร พี่คงตอบไม่ได้เพราะว่ามันหลากเหลือเกิน
ถ้าเป็นพี่แอมล่ะคะ สิ่งไหนที่จะทำให้ตัวเองเสียใจที่สุด
ถ้าขณะนี้นึกไม่ออก เพราะว่าเป็นพวกทะลุเป้าแล้ว (หัวเราะ) ถึงพี่มีแฟนก็จริง แต่พี่เลิกพิงแฟนแล้ว พี่เลิกเอาความสุขของพี่ ชีวิตของพี่ไปแขวนไว้กับพฤติกรรมของแฟนแล้ว
แสดงว่าตอนนี้หัวใจไม่ว่างอีกแล้วสิคะ
อู๊ย...ชีวิตพี่ไม่เคยขาดแฟนหรอก แต่หมายความว่าพี่เอาความสุขย้ายจากการไปแขวนกับคนอื่น โอนกลับมาเป็นของเราแล้ว ความสุขของพี่ขึ้นอยู่กับตัวพี่เอง ณ ปัจจุบันนี้ ก็เลยนึกไม่ออกว่าเป็นมุมไหน เพราะฉันย้ายมุมแล้ว
กว่าจะย้ายมุมได้นานไหมคะ
เป็นเรื่องปกตินะที่เราจะนำชีวิตเราไปแขวนไว้กับทุกสิ่งรอบตัว ลองสังเกตตัวเองดูว่า ทำไมเราถึงถามตัวเองว่าทำไมถึงหาความสุขไม่ได้ ทำไมเราถึงไม่มีความสุขซักที นั่นเพราะว่าเราหาผิดที่ ก็คือเราเอาความสุขของเราไปแขวนไว้กับปัจจัยภายนอกหมดเลย จะเป็นแฟน เพื่อน พ่อแม่ พี่น้อง บ้าน รถ งาน กระเป๋า รองเท้า เสื้อผ้า ชีวิตเราขึ้นอยู่กับตรงนี้หมดเลยเราถึงจะมีความสุข พี่เองเคยเลองมาแล้ว ทุกอย่างที่บอกมามีครบหมด แต่ตัวเองไม่มีความสุข ก็ต้องเริ่มคิดแล้วว่าต้องมีอะไรผิดพลาดซักอย่าง เพราะสิ่งเหล่านี้ไม่ได้ตอบโจทย์พี่เลย พี่ถึงยังอมทุกข์อยู่ แสดงว่าหาผิดที่ ต้องเปลี่ยนที่หา ย้อนกลับเข้าไปในจิตใจตัวเอง คือโยนของข้างนอกทิ้งให้หมด แล้วกลับเข้าไปสืบค้นในจิตใจของตัวเอง ความคิด อารมณ์ ทุกอย่างเช็คใหม่ และพี่ก็ได้พบโดยไม่ต้องพึ่งพาสิ่งที่พูดมาทั้งหมดในการค้นหา นี่เป็นความสุขของปัจเจกบุคคล เกิดขึ้นจากตัวเอง ทำเอง ได้เอง เข้าใจเอง ถ้าอยากเป็นทุกข์ก็ทุกข์เอง โศกเอง ไม่มีใครเขามาประดิษฐ์ให้เรา
จุดหักเปลี่ยนความคิดและชีวิตของพี่อยู่ตรงไหนคะ
พี่จมลงไปในบ่อทุกข์ หายใจไม่ได้ จังหวะนั้นเป็นช่วงเฮือกสุดท้ายก่อนตาย ที่เราเลือกว่าเราจะอยู่ เพราะพี่ทนตัวเองไม่ได้อีกต่อไป เรียกว่าเหวี่ยงจนถึงขีดสุด จากนั้นก็ล้างครั้งใหญ่ เมื่อเคลียร์แล้ว ดีลีดแล้ว ดีท็อกซ์ ปัดกวาดแล้วถึงจะได้เห็นว่า ก็สบายดีและมีที่ให้ตัวเองเข้าไปอยู่เพราะว่าสะอาดแล้ว
พี่แอม ล้าง กวาดตัวเองยังไงคะ
ท่านพุทธทาสเป็นคนทำ (หัวเราะ) ถ้าเป็นรูปธรรมท่านคงหยิบไม้เท้าเคาะหัวพี่ดังโป๊ก ให้ตื่นเดี๋ยวนี้ แต่ความจริงพี่ไม่ทันได้พบท่าน แต่พี่พบหนังสือ "คู่มือมนุษย์" ซึ่งพี่อ่านมาไม่รู้ตั้งกี่ปีก็ไม่เข้าไปถึงใจ แต่เข้าใจในเรื่องของสมอง มันไม่คลิก พอวันหนึ่งเรามาปิ๊งก็จะพบว่าเราอ่านมากี่หนแล้วแต่ทำไมไม่เห็น นั่นเพราะว่าเราวุ่นวายเราก็เลยไม่เห็น พอเราสงบแล้วสิ่งที่ตามหาก็อยู่ตรงนั้น อยู่ที่เดิม และถึงได้รู้สึกว่าเมื่อก่อนขยะเยอะเกินไป ทำให้ไม่มีที่ให้พระธรรมเข้า ไม่มีที่ให้สิ่งดีเข้า เพราะเราแยกไม่ออก จนกว่าเราจะเคลียร์ให้สะอาดถึงจะเห็นในสิ่งที่ไม่เคยเห็นมาก่อน
พี่แอมยังเป็นดอกไม้เหล็กที่มีความอ่อนไหวอยู่เยอะไหมคะ
พี่เป็นคนเซ้นซิทีฟแต่ต้องแยกให้ออกว่าเรื่องอะไรบ้าง พี่เป็นคนละเมียดละไม พี่ปักผ้าได้ ร้อยดอกไม้ได้ นั่นเป็นส่วนหนี่งของความละเมียดละไม แต่ดอกไม้เล็กจะนำมาใช้ตอนที่ต้องลุกขึ้นมาทำงาน แล้วเจอเสือ สิงห์ กระทิง แรด วิบากทั้งหลาย ความอดทนอดกลั้นกับสิ่งต่างๆที่ต้องทำงาน ต้องหาเงิน ต้องดูแลให้ได้ทั้งตัวเองและบุพการี พี่น้อง ท้อได้ ล้มคว่ำแล้วลุกขึ้นมา ออกไปทำงาน อย่ามัวนอนสำออย ดอกไม้เหล็กแยกอยู่อีกมุม ไม่ใช่หญิงเหล็กละเมียดละไมไม่ได้ แต่ก็อยู่กับคนๆเดียวกันนั่นแหละ
นอกไปจากที่พี่แอมจะชอบแต่งเพลงแล้วยังทราบมาว่าพี่แอมชอบปลูกต้นไม้ด้วย
(ยิ้ม...) ต้นไม้คือความสุข ต้นไม้เป็นตัววัดความใส่ใจของเราได้ประมาณหนึ่ง เมื่อก่อนปลูกต้นไม้แล้วก็โทษว่าตัวเองมือไม่เย็น ทำให้ต้นไม้ตาย แต่พอมายอมรับความจริงก็พบว่าเราเหลวไหลเอง ไม่ได้สม่ำเสมอกับเขาจริงๆ พี่เลยทอดลองว่าไหนเราลองใส่ใจดูซิว่าเราเป็นคนมือร้อนจริงหรือ หรือว่านั่นเป็นข้อแก้ตัว ลองจดว่าวันนี้ให้ปุ๋ย อีก 15 วัน ให้ปุ๋ยดอก เรียนรู้ว่าต้นนี้ต้องให้ถึงน้ำ ต้นนี้ต้องให้พ่น ต้นนี้ต้องทำอะไรกับเขาบ้าง ลองจดลองใส่ใจดู แล้วปรากฏว่าต้นไม้งาม มีความสุข สดใส แจ่มใส พี่คุยกับต้นไม้ทุกวัน ลองใส่ใจดู จริงๆแล้วก็พบว่ามันก็งาม
ตอนนี้ต้นไม้คงเต็มบ้านเลยสิคะ
ช่วงนี้แย่คะ เพราะซ่อมบ้าน ต้นไม้ตายไปหลายต้น เพราะโดนน้ำที่เขาผสมปูน ตอนนี้พี่ก็วางแผนว่าพอทำบ้านเสร็จแล้วจะลงต้นไหนบ้าง ความสุขของพี่คือพอถึงบ้านก็เปิดเหนังสืออ่านและวางแผนในการลงต้นไม้ว่าจะลงต้นอะไรบ้าง บูรณะยังไง ตอนนี้จำปีตายไปต้น เศร้ามาก บางส่วนที่ช่างต้องขุด ต้องทำมันก็ตาย ก็คิดว่าไม่เป็นไรเดี๋ยวหามาปลูกใหม่ พี่ชอบปลูกต้นไม้เพราะต้นไม้เหมือนกับงานดีไซน์จากธรรมชาติที่ไม่น่าเชื่อว่าจะคิดได้ อย่างเช่น ดอกผักตบ ข้างนอกเป็นสีม่วง ชมพู กระเถิบมาหน่อยเป็นสีคราม ข้างในมีเกสรเหลือง ไม่รู้ว่าธรรมชาติคิดได้ไง
สามารถนำมาแต่งเพลงได้ไหมคะ
พี่ว่าทุกอย่างรอบตัวเรา ถ้าเป็นคนช่างสังเกตเราก็สามารถนำมาใช้ได้ทุกอย่าง เช่น เห็นหลอดวางอยู่พี่ก็แต่งเพลงได้ถ้าเราสังเกต คิดไปเล่นๆเดี๋ยวมันก็เสร็จออกมาเป็นเพลง
เราจะมีโอกาสเห็น สาว สาว สาว มารวมตัวกันขึ้นเวทีกันอีกครั้งไหมคะ
พี่เคยปรึกษากันหลายหนแล้ว และลงความเห็นว่าในทางปฏิบัติมันเป็นไปได้ยาก เหนื่อยเกินไปที่จะทำ เพราะว่าได้ลงลึกถึงเนื้องานที่จำ ในขณะที่คนอื่นมองเห็นแค่สเต็ปตอนขึ้นเวทีแล้ว แต่ก่อนหน้านั้นไม่มีใครคิดว่าเราต้องทำอะไรกันบ้างเพื่อจะสร้างอีเวนท์นั้นขึ้นมา กลายเป็นว่าอย่างน้อยต้องใช้เวลา 6เดือน ถึง 1ปี หยุดงานประจำที่ทำอยู่เพื่อทำงานชิ้นนั้น ซ้อมใหม่ แล้วช่วงนั้นจะเอาอะไรกิน เพราะว่างานประจำมีอยู่
นอกจากนี้ต้องดูรูปแบบของ สาว สาว สาว ว่าคืออะไร พี่ทั้ง 3 คน ต้องกลับเข้าไปเรียนเต้น ต้องรื้อฟื้นทุกอย่าง ดนตรีมันเอ๊าท์แล้ว ต้องทำใหม่หมด พี่ต้องจ้างนักดนตรีทำดนตรีทุกเพลงเพื่อให้ร่วมสมัย คิดรูปแบบใหม่หมด ใช้เวลามหาศาลมากในการที่จะทำงาน มันไม่เหมือนกับแกรนด์เอ็กซ์ อินคา ที่พอรวมตัวกันกลับมาถึงพี่เขาจะอายุเท่าไหร่ก็ตามพี่เขาก็ยังเป็นนักดนตรี เขาลงนั่งปุ๊ป หยิบกีตาร์ เล่น ลงนั่งปุ๊ป เจอคีย์บอร์ดปุ๊ป เล่น แต่นั่นไม่ใช่รูปแบบวงของ สาว สาว สาว พี่ๆเขาไม่ต้องย้ายสังขารไปซ้อมเต้น แต่พวกพี่ 3 คน ต้องทำ พอคำนวณดูแล้วไม่เห็นประโยชน์ที่ต้องทำ
เลยต้องให้ สาว สาว สาว กลายเป็นตำนานไปในที่สุด
เคยอ่านนวนิยายซักเล่ม แล้วรู้สึกไหมว่าไม่ควรมีภาค2 เรื่องบางเรื่องจบแล้วสมบูรณ์แบบและสวยงาม ด้วยตัวของมันเองอยู่แล้ว ถ้าไปต่อภาค2จะเริ่มเละ มันเสี่ยงกับการที่จะเกิดคำว่า "ทำทำไม" เพราะอยู่ของมันดีๆ นอกจากจะห่วยแล้วยังไปกวนตำนานเดิมที่ดีอยู่แล้ว ไปดึงให้มันแย่ เละไปหมด มันเป็นได้ทั้งสองทาง เพราะฉะนั้นในมุมมองของพี่ ประสบการณ์ที่ทำงานที่ สาว สาว สาว เป็นประสบการณ์ที่มีค่า เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เราเติบโต เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เรากลายเป็นประวัติศาสตร์ของวงการดนตรี ถ้าเราไม่แน่ใจที่จะทำปัจจุบันเราจะทำทำไม เหมือนนวนิยายภาค2 ที่ควรคิดให้ดีก่อนว่า จะทำทำไม
ความแน่นแฟ้นของ สาว สาว สาว ยังเหมือนเดิมไหมคะ
ทุกวันนี้ เรา3 คน ยังเจอกันอยู่ตลอดเวลา ไม่มีเรื่องงานที่เข้ามาเกี่ยวข้อง ความสำพันธ์ของเราจึงบริสุทธิ์สุดสุด และพี่รู้สึกหวงแหนตรงนี้ มันมีค่าเกินกว่าที่จะไปแลกกับอะไรก็ตาม ที่จริง สาว สาว สาว ดูภายนอกจะเห็นว่ามีคาแร็คเตอร์ที่ต่างกันอย่างชัดเจน แต่สิ่งหนึ่งลึกๆลงไปที่ไม่มีใครรู้คือ เรา 3 คน มีส่วนเหมือนกันมากๆ คือเป็นคนขวางโลก มีความคิดเป็นตัวของตัวเองอย่างสูง และมีโลกส่วนตัวของตัวเองอย่างแรง สามคนนี้กบฏ แต่ใครจะแสดงออก ใครจะพูดหรือไม่พูดในความคิดกบฏ ก็เป็นอีกเรื่อง
ในฐานะพี่สาวที่แสนดี ของ สาว สาว สาว พี่ช่าและพี่แอม อยากให้พูดถึงพี่ทั้งหมดหน่อยได้ไหมคะ
แหม่มกับปุ้มพูดไปแล้ว ส่วนช่ากับใหม่ ต่างเป็นคนที่เรียนรู้ด้วยตัวเองเหมือนพี่ เป็นคนที่ลองถูกลองผิดด้วยตัวเอง เจ็บก็เจ็บมาก เอาตัวเองลงพนัน เสี่ยงกับสถานการณ์ต่างๆด้วยตัวเอง ว่าไฟร้อนนะ จับแล้วไหม้เอง แต่พี่เชื่ออยู่อย่างหนึ่งว่าทุกคนที่พี่พูดถึงเขาเป็นคนที่จิตใจดี ถึงได้คบกันมาได้ อย่างใหม่กับช่า โดยเนื้อแท้ของเขาแล้วเขาเป็นคนที่มีน้ำใจ เราอย่าไปมองภายนอก เรื่องส่วนตัวหรือเรื่องที่เป็นจริตมนุษย์ โดยเนื้อแท้ที่พี่ยังคบเขาอยู่จนถึงทุกวันนี้เพราะว่าเขาเป็นคนมีน้ำใจ มีความจริงใจ ไม่มีพิษกับใคร เป็นคนดี ขี้สงสารคนอื่น มีคุณธรรม อย่าเอาศีลธรรมในขั้นโลกๆไปวัดเขาว่าเขาเป็นอย่างไร เพราะถึงขั้นนี้อาจจะน้อยเกินไปด้วยซ้ำที่จะมาวัดกันอย่างนี้ มองที่นิสัยใจคอดีกว่าว่าเขาเป็นคนอย่างไร เขาอาจจะถือเบียร์อยู่กระป๋องหรืออาจจะถ่ายเซ็กซี่อยู่ อย่าไปตัดสินเขาตรงนั้น เขาเป็นคนดี
คอนเซ็ปต์ชีวิตของพี่แอมตอนนี้เป็นอย่างไรคะ
Be ready to die นี่คือการบ้านที่พี่จะต้องทำเลยนะ พี่ทำทุกวันให้ดีที่สุด พร้อมที่จะตาย เพราะไม่มีใครรู้ว่าเราจะตายเมื่อไหร่ ทำยังไงถึงจะทำให้เราพร้อมที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ เพื่อพอถึงวันที่เราจะต้องจากโลกนี้ไปเราจะได้จากไปอย่างดีๆ
ฝากอัลบั้มนิดหนึ่งนะคะ
สำหรับคนเป็นแฟนกันก็คงหัวเราะที่เห็นชื่ออัลบั้ม เพราะเขาจะรู้ว่าทำไมพี่ถึงใช้ชื่อนี้ ยิ่งเห็นภาพปกด้วยจะเห็นว่าตั้งใจจะทำให้เหนือจริง ร้องไห้ให้เว่อร์ มีผ้าเช็ดหน้าเสร็จสรรพ มาสคาร่าไหล แต่สีหน้าจะเป็นขวางโลกพอสมควร เป็นคอนเซ็ปต์ของงานชุดนี้ เป็นแบล็คคอมมิวดี้ อยากจะบอกว่าไม่ต้องตกใจเพราะนี่แหละคือ "วิถีของหญิงกบฏ" จะร้องไห้ทั้งทีก็ร้องไห้มันสุดโต่ง พี่ต้องการแสดงให้เห็นเท่านั้นเองว่าพี่เป็นคนอย่างนั้น ปกข้างในมีน้ำตาเทียมหยอด แสดงให้เห็นว่าชีวิตมันเป็นเรื่องเก๊ ไม่มีอะไรหรอก เดี๋ยวมันก็ผ่านไป...
ฟังเรื่องของหญิงกบฏคนนี้นอกจากสนุก สะใจ แล้วตอบโจทย์ชีวิตของตัวเองได้บ้างไหมคะ อย่างว่าค่ะ ชีวิตมันเป็นเรื่องสมมุติ อย่าไปยึดกันมาก เพราะก็แค่ลมที่พัดผ่านมาและก็พัดผ่านไป...
 |
|
| กลับไปข้างบน |
|
 |
noonwi 1st Floor (O_O)


เข้าร่วมเมื่อ: 15 กค. 2007 ตอบ: 251
|
|
| กลับไปข้างบน |
|
 |
น้ำพลอย บุคคลทั่วไป
|
ตอบ: พฤ. สค. 02, 2007 2:58 am ชื่อกระทู้: |
|
|
ได้อ่านอยู่เหมือนกัน ... ค่ะ
อ่านแล้ว ดูเหมือนเราจะอยากกบฎ เหมือนกัน
ไว้เจอกันที่โรงเบียร์นะคะพี่ต๋อม |
|
| กลับไปข้างบน |
|
 |
N A M P "z ชีวิตและจิตใจ (O_o!)

เข้าร่วมเมื่อ: 17 กค. 2007 ตอบ: 157 ที่อยู่: |๐l7o
|
ตอบ: พ. สค. 08, 2007 12:10 am ชื่อกระทู้: |
|
|
ขอบคุนค่า ยังมะเคยอ่านเยย เพิ่งได้อ่านคั้งแรก +8+ _________________
BELIEVED IN 5 |
|
| กลับไปข้างบน |
|
 |
nU-firsT Any Amp (^____^)


เข้าร่วมเมื่อ: 16 กค. 2007 ตอบ: 882 ที่อยู่: aT AmpCluB
|
ตอบ: พฤ. สค. 09, 2007 1:21 am ชื่อกระทู้: |
|
|
ขอบคุณค่าพี่ต๋อม
สัมภาษณ์ ยาวได้ใจมั่กๆ เหอๆ
ว่าแต่.. สกุลไทย เล่มไหนอ่าคะ.. จาไปซื้อด่วน อิอิ _________________ :: nU-firsT LuV PeE-Amp ::
Just want to say "Thank you"
 |
|
| กลับไปข้างบน |
|
 |
GiFt_chan สาว สาว สาว (-*-)


เข้าร่วมเมื่อ: 21 กค. 2007 ตอบ: 4 ที่อยู่: Chicago
|
ตอบ: พฤ. สค. 09, 2007 3:13 pm ชื่อกระทู้: |
|
|
ขอบคุณพี่ต๋อมกะน้องนุ่นมากจ้า  |
|
| กลับไปข้างบน |
|
 |
iM~KunG ดอกไม้เหล็ก (- -")

เข้าร่วมเมื่อ: 02 ธค. 2007 ตอบ: 101 ที่อยู่: BangKoK
|
ตอบ: ศ. มค. 04, 2008 7:36 pm ชื่อกระทู้: |
|
|
โห! สุดยอดเลย ยาวได้ใจมั่กมาก
พี่แอมพูดดีมากแล้ว อ่านแล้วได้ข้อคิดตรึม
อ่านแล้วเหมือนจะเข้าใจในสัจธรรมทางโลก
ขอบคุณพี่ต๋อมนะคะที่นำมาให้ได้อ่าน
********ปล่อยวาง********** _________________ ไม่มีวันไหนที่จะไม่คิดถึง พี่สาวที่รักยิ่ง ของพวกเรา p'Amp
Anything can't stop me to love you ยิ้มเธอสดใสกว่าใครเห็นแล้วดี๊ดี
 |
|
| กลับไปข้างบน |
|
 |
Mookiiez ดอกไม้เหล็ก (- -")

เข้าร่วมเมื่อ: 20 กย. 2009 ตอบ: 126
|
ตอบ: ส. ตค. 10, 2009 3:41 pm ชื่อกระทู้: |
|
|
ชอบพี่แอมจริ๊ง จริงงงง
ดีใจจัง เจอพวกแล้ว อย่างน้อยก็ไม่ใช่เราคนเดียวที่พูดกับตัวเองง ^^"
ขอบคุณค่ะ _________________ :: ก็ความสุขเยอะๆ ใหญ่ๆ ของคนคนนี้ มันอยู่ในของเล็กๆ เท่านี้จริงๆ .... ::
 |
|
| กลับไปข้างบน |
|
 |
|